สินเชื่อทางการค้า (Trade Credit)
อัพเดทสถานะของผู้ซื้ออย่างสม่ำเสมอ
รวมถึงการแจ้งเตือนเมื่อผู้ซื้อเริ่มมีปัญหา
บริการหลังการขายแบบครบวงจร รวมทั้งติดตามหนี้ค้างชำระจากผู้ซื้อ
จากการศึกษาเรื่องการแลกเปลี่ยนและการใช้เงินตราในบทนี้
ผู้ศึกษาจะเห็นได้ว่าในการสร้างทฤษฎีต่าง ๆ
ผู้ตั้งทฤษฎีได้ใช้ข้อมูลพื้นฐานที่ได้มาจากการศึกษาสังคมดั้งเดิมเป็นส่วนใหญ่
ซึ่งอาจก่อให้เกิดความสงสัยว่าจะได้รับประโยชน์มากน้อยแค่ไหนในการศึกษาเรื่องนี้
ดังที่กล่าวมาแล้วในตอนต้นว่านักมานุษยวิทยามีหน้าที่ในการศึกษาเพื่อแสวงหาข้อความจริงจากสังคม
แต่การที่จะเข้าใจพฤติกรรมของคนอย่างละเอียดได้นั้นจำเป็นที่จะต้องหารูปแบบจากสังคมที่มีความสลับซับซ้อนน้อยที่สุด
นั่นคือ สังคมดั้งเดิมนั่นเอง เพื่อจะได้ใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการศึกษาปรากฏการณ์ในสังคมที่สลับซับซ้อนต่อไป
การจัดหาเงินทุนระยะสั้น ( Short - Term
Financing )
การจัดหาเงินทุนเป็นหน้าที่หนึ่งของผู้จัดการทางการเงิน
ซึ่งต้องเลือกแหล่งเงินทุนให้เหมาะสมกับการใช้เงินทุนนั้น ๆ
การจัดหาเงินทุนระยะสั้น หมายถึง
เงินทุนที่ธุรกิจได้จัดหามาเพื่อนำไปใช้ในการดำเนินกิจการที่มีระยะภายใน
1 ปี แหล่งที่มาของเงินทุนระยะสั้นที่สำคัญได้แก่
1. เครดิตการค้า ( Trade Credit )
2. ตราสารพาณิชย์ ( Commercial Paper )
3. เงินกู้จากธนาคารพาณิชย์ ( Short
Term Loans)
เครดิตการค้า มี 3 รูปแบบคือ
1. บัญชีเงินเชื่อ ( Open Account ) หมายถึง
ผู้ขายสินค้าส่งสินค้าให้กับผู้ซื้อพร้อมทั้งใบแจ้งหนี้ ซึ่งแสดงรายการต่าง ๆ
เกี่ยวกับราคาสินค้า จำนวนสินค้า
ยอดเงินที่ต้องชำระโดยผู้ซื้อไม่ต้องเซ็นหลักฐานใดๆที่แสดงความเป็นหนี้อย่างเป็นทางการ
ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ขายจะมีการตรวจสอบฐานะทางการเงินของผู้ซื้อก่อน
2. ตั๋วเงินจ่าย ( Note Payable ) ในกรณีนี้ผู้ขายจะขอให้ผู้ซื้อลงนามในตั๋วสัญญาใช้เงิน
เพื่อรับรองสภาพการเป็นหนี้
ตั๋วสัญญาใช้เงินนี้จะระบุวันที่ที่ผู้ซื้อจะต้องชำระเงินไว้อย่างชัดเจน
3. ตั๋วแลกเงิน ( Trade Acceptance ) เป็นวิธีการที่ผู้ซื้อต้องเซ็นรับรองการเป็นหนี้ไว้เป็นหลักฐาน
ผู้ขายจะออกดราฟท์ให้ผู้ซื้อเซ็นรับรองว่าจะชำระหนี้ภายในกำหนด
และเมื่อถึงกำหนดจะให้นำดราฟท์นั้นไปขึ้นเงินที่ธนาคารใด
เมื่อผู้ซื้อเซ็นแล้วดราฟท์ก็จะกลายเป็นตั๋วแลกเงิน และตั๋วแลกเงินนี้สามารถนำไปขายลดในท้องตลาดเพื่อเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ทันที
เงื่อนไขการขาย ( Term of sale )
ก. COD ( Cash on Delivery ) : ผู้ซื้อต้องชำระเงินสดทันทีที่ได้รับสินค้าจากผู้ขาย
เงื่นไขนี้ผู้ขายมีความเสี่ยงจากการที่ผู้ซื้อไม่ยอมรับสินค้าได้ เช่น Pizza
, KFC
ข. CBD ( Cash Before Delivery ) : ผู้ซื้อต้องจ่ายเงินค่าสินค้าก่อนที่จะได้รับสินค้า
เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงของผู้ขาย
ค. การกำหนดช่วงเวลาการชำระเงินโดยไม่ให้ส่วนลด
เช่น เงื่อนไข Net 45
แสดงว่าผู้ซื้อไม่ต้องชำระเงินทันทีที่ซื้อสินค้าแต่ต้องชำระภายใน 45 วัน
ง. การกำหนดช่วงเวลาการชำระเงินโดยให้ส่วนลดเงินสด
เช่น เงื่อนไข 2/15,N/45
แสดงว่าผู้ขายให้เครดิตแก่ผู้ซื้อโดยไม่ต้องชำระเงินทันที
แต่จูงใจให้ผู้ซื้อรีบนำเงินมาชำระเร็วขึ้นโดยกำหนดส่วนลดเงินสดไว้
จ. Dating จะใช้กับธุรกิจที่ขายสินค้าตามฤดูกาล
ซึ่งผู้ขายต้องการให้ลูกค้าสั่งสินค้าล่วงหน้าก่อนที่จะถึงฤดูกาลนั้น
ซึ่งจะช่วยให้ผู้ขายสามารถทำการผลิตได้ต่อเนื่อง
และไม่ต้องเก็บรักษาสินค้านั้นไว้รอจนกระทั่งถึงฤดูกาลที่ต้องการสินค้านั้น
และผู้ซื้อก็ไม่ต้องจ่ายเงินค่าสินค้าจนกว่าจะขายสินค้าได้
ต้นทุนของเครดิตทางการค้า
ผู้ขายที่ให้เครดิตทางการค้าจะมีต้นทุนที่เกิดขึ้นจากการที่เงินจมในบัญชีลูกหนี้การค้า
ทำให้เสียโอกาสจากการได้รับผลตอบแทน
และสำหรับผู้ซื้อที่ชำระเงินสดในวันที่ครบกำหนดชำระ จะมีค่าเสียโอกาสเกิดขึ้น
เรียกว่า ต้นทุนไม่เอาส่วนลด คำนวณได้ดังนี้
ต้นทุนที่ไม่เอาส่วนลด =[ อัตราส่วนลด / ( 100
- อัตราส่วนลด )] x [360 / ( ระยะเวลาให้เครดิต - ระยะเวลาให้ส่วนลด
)]
หากเงื่อนไขการขายเปลี่ยนแปลงไป
โดยมีการขยายระยะเวลาการให้เครดิตนานออกไป เช่น เดิมให้เครดิต 2/15,N/30
เปลี่ยนเเป็น 2/15, N/60 จะทำให้อัตราดอกเบี้ยต่ำลง
หรือต้นทุนไม่เอาส่วนลดต่ำลง
นักศึกษาลองพิสูจน์ข้อเท็จจริงนี้ได้โดยการแทนค่าในสูตร ต้นทุนไม่เอาส่วนลด
ข้อดีของเครดิตการค้า
1.
เป็นแหล่งเงินทุนที่มีอยู่ทั่วไปและหาได้ง่าย
2. ไม่ก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายใด ๆ
3. การขอเครดิตการค้าไม่ต้องทำเป็นทางการ
4. เหมาะสำหรับธุรกิจขนาดเล็กที่ไม่มีเครดิตพอที่จะหาเงินจากแหล่งอื่น
5. มีความยืดหยุ่นสูง
เช่นอาจจะเลื่อนเวลาการชำระเงินได้
