จัดหาเงินทุนโดยใช้สินเชื่อทางการค้า




สินเชื่อทางการค้า (Trade Credit)
 การประกันภัยสินเชื่อทางการค้า (Trade Credit Insurance)
 จากภาวะการแข่งขันที่รุนแรงในปัจจุบัน ผู้ประกอบการหลายราย มีความจำเป็นต้องขยายตลาดไปในกลุ่มผู้ซื้อรายใหม่ หรือประเทศที่ยังไม่เคยทำธุรกิจร่วมกัน  กอปรกับแนวโน้มของการชำระเงินที่ผ่อนปรนแก่ผู้ซื้อสินค้า เช่น D/P, D/A, O/A และ T/T after shipment เริ่มมีบทบาทมากขึ้นในการสร้างความสามารถในการแข่งขัน ทั้งนี้ รูปแบบการชำระเงินที่ผ่อนปรนดังกล่าว ผู้ประกอบการอาจได้รับความเสี่ยงอันเกิดจากผู้ซื้อสินค้าไม่ชำระเงินตามที่ระบุไว้ในสัญญาซื้อขาย หรือผู้ซื้อล้มละลาย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องและธุรกิจของผู้ประกอบการโดยรวมได้
 บริษัท ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)  ร่วมกับ  บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้ตระหนักถึงความเสี่ยงภัยของผู้ประกอบการในประเทศไทยที่อาจได้รับผลกระทบดังกล่าวข้างต้น จึงได้จัดทำและนำเสนอการประกันภัยสินเชื่อทางการค้า ซึ่งเป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยง เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศ และเครื่องมือทางการเงินในการบริหารสภาพคล่อง
 จุดเด่นเป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยง
 การประกันภัยสินเชื่อทางการค้าเป็นเครื่องมือในการช่วยบริหารความเสี่ยง ในกรณีที่ผู้ซื้อสินค้าไม่ชำระค่าสินค้าตามที่กำหนดในสัญญาซื้อขายสินค้า หรือผู้ซื้อสินค้าล้มละลาย ท่านจะได้รับการชดเชยค่าสินค้านั้น ทำให้ธุรกิจของท่านไม่ได้รับผลกระทบทางด้านการเงิน
 เป็นเครื่องมือทางการตลาดเพิ่มศักยภาพในการขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ  จูงใจลูกค้าใหม่  และช่วยขยายฐานลูกค้าเดิม โดยการเสนอเงื่อนไขการชำระเงินที่ผ่อนปรนให้แก่ลูกค้าเป็นเครื่องมือทางการเงินลดความเสี่ยงจากการขาดสภาพคล่องทางการเงิน
 บริการของเมืองไทยประกันภัยบริการวิเคราะห์ข้อมูลผู้ซื้อของท่านเพื่อประกอบการพิจารณารับประกันภัยด้วย ระบบ Common Risk System (CRS) ที่มีฐานข้อมูลผู้ซื้อกว่า 41 ล้านราย  ใน 176 ประเทศทั่วโลก โดยทีมงานรับประกันกว่า 40 ศูนย์ให้คำแนะนำในการกำหนดวงเงินคุ้มครองสูงสุดของผู้ซื้อแต่ละราย
อัพเดทสถานะของผู้ซื้ออย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการแจ้งเตือนเมื่อผู้ซื้อเริ่มมีปัญหา
บริการหลังการขายแบบครบวงจร  รวมทั้งติดตามหนี้ค้างชำระจากผู้ซื้อ
 ประโยชน์ที่ได้รับจากการศึกษาเรื่องการแลกเปลี่ยนและเงินตรา
จากการศึกษาเรื่องการแลกเปลี่ยนและการใช้เงินตราในบทนี้ ผู้ศึกษาจะเห็นได้ว่าในการสร้างทฤษฎีต่าง ๆ ผู้ตั้งทฤษฎีได้ใช้ข้อมูลพื้นฐานที่ได้มาจากการศึกษาสังคมดั้งเดิมเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความสงสัยว่าจะได้รับประโยชน์มากน้อยแค่ไหนในการศึกษาเรื่องนี้ ดังที่กล่าวมาแล้วในตอนต้นว่านักมานุษยวิทยามีหน้าที่ในการศึกษาเพื่อแสวงหาข้อความจริงจากสังคม แต่การที่จะเข้าใจพฤติกรรมของคนอย่างละเอียดได้นั้นจำเป็นที่จะต้องหารูปแบบจากสังคมที่มีความสลับซับซ้อนน้อยที่สุด นั่นคือ สังคมดั้งเดิมนั่นเอง เพื่อจะได้ใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการศึกษาปรากฏการณ์ในสังคมที่สลับซับซ้อนต่อไป

การจัดหาเงินทุนระยะสั้น ( Short - Term Financing )
การจัดหาเงินทุนเป็นหน้าที่หนึ่งของผู้จัดการทางการเงิน ซึ่งต้องเลือกแหล่งเงินทุนให้เหมาะสมกับการใช้เงินทุนนั้น ๆ การจัดหาเงินทุนระยะสั้น หมายถึง

เงินทุนที่ธุรกิจได้จัดหามาเพื่อนำไปใช้ในการดำเนินกิจการที่มีระยะภายใน 1 ปี แหล่งที่มาของเงินทุนระยะสั้นที่สำคัญได้แก่

1. เครดิตการค้า ( Trade Credit )
2. ตราสารพาณิชย์ ( Commercial Paper )
3. เงินกู้จากธนาคารพาณิชย์ ( Short Term Loans)

เครดิตการค้า มี 3 รูปแบบคือ
1. บัญชีเงินเชื่อ ( Open Account ) หมายถึง ผู้ขายสินค้าส่งสินค้าให้กับผู้ซื้อพร้อมทั้งใบแจ้งหนี้ ซึ่งแสดงรายการต่าง ๆ เกี่ยวกับราคาสินค้า จำนวนสินค้า ยอดเงินที่ต้องชำระโดยผู้ซื้อไม่ต้องเซ็นหลักฐานใดๆที่แสดงความเป็นหนี้อย่างเป็นทางการ ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ขายจะมีการตรวจสอบฐานะทางการเงินของผู้ซื้อก่อน
2. ตั๋วเงินจ่าย ( Note Payable ) ในกรณีนี้ผู้ขายจะขอให้ผู้ซื้อลงนามในตั๋วสัญญาใช้เงิน เพื่อรับรองสภาพการเป็นหนี้ ตั๋วสัญญาใช้เงินนี้จะระบุวันที่ที่ผู้ซื้อจะต้องชำระเงินไว้อย่างชัดเจน
3. ตั๋วแลกเงิน ( Trade Acceptance ) เป็นวิธีการที่ผู้ซื้อต้องเซ็นรับรองการเป็นหนี้ไว้เป็นหลักฐาน ผู้ขายจะออกดราฟท์ให้ผู้ซื้อเซ็นรับรองว่าจะชำระหนี้ภายในกำหนด และเมื่อถึงกำหนดจะให้นำดราฟท์นั้นไปขึ้นเงินที่ธนาคารใด เมื่อผู้ซื้อเซ็นแล้วดราฟท์ก็จะกลายเป็นตั๋วแลกเงิน และตั๋วแลกเงินนี้สามารถนำไปขายลดในท้องตลาดเพื่อเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ทันที


เงื่อนไขการขาย ( Term of sale )
ก. COD ( Cash on Delivery ) : ผู้ซื้อต้องชำระเงินสดทันทีที่ได้รับสินค้าจากผู้ขาย เงื่นไขนี้ผู้ขายมีความเสี่ยงจากการที่ผู้ซื้อไม่ยอมรับสินค้าได้ เช่น Pizza , KFC
ข. CBD ( Cash Before Delivery ) : ผู้ซื้อต้องจ่ายเงินค่าสินค้าก่อนที่จะได้รับสินค้า เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงของผู้ขาย
ค. การกำหนดช่วงเวลาการชำระเงินโดยไม่ให้ส่วนลด เช่น เงื่อนไข Net 45 แสดงว่าผู้ซื้อไม่ต้องชำระเงินทันทีที่ซื้อสินค้าแต่ต้องชำระภายใน 45 วัน
ง. การกำหนดช่วงเวลาการชำระเงินโดยให้ส่วนลดเงินสด เช่น เงื่อนไข 2/15,N/45 แสดงว่าผู้ขายให้เครดิตแก่ผู้ซื้อโดยไม่ต้องชำระเงินทันที แต่จูงใจให้ผู้ซื้อรีบนำเงินมาชำระเร็วขึ้นโดยกำหนดส่วนลดเงินสดไว้
จ. Dating จะใช้กับธุรกิจที่ขายสินค้าตามฤดูกาล ซึ่งผู้ขายต้องการให้ลูกค้าสั่งสินค้าล่วงหน้าก่อนที่จะถึงฤดูกาลนั้น ซึ่งจะช่วยให้ผู้ขายสามารถทำการผลิตได้ต่อเนื่อง และไม่ต้องเก็บรักษาสินค้านั้นไว้รอจนกระทั่งถึงฤดูกาลที่ต้องการสินค้านั้น และผู้ซื้อก็ไม่ต้องจ่ายเงินค่าสินค้าจนกว่าจะขายสินค้าได้
 ต้นทุนของเครดิตทางการค้า
ผู้ขายที่ให้เครดิตทางการค้าจะมีต้นทุนที่เกิดขึ้นจากการที่เงินจมในบัญชีลูกหนี้การค้า ทำให้เสียโอกาสจากการได้รับผลตอบแทน และสำหรับผู้ซื้อที่ชำระเงินสดในวันที่ครบกำหนดชำระ จะมีค่าเสียโอกาสเกิดขึ้น เรียกว่า ต้นทุนไม่เอาส่วนลด คำนวณได้ดังนี้
ต้นทุนที่ไม่เอาส่วนลด =[ อัตราส่วนลด / ( 100 - อัตราส่วนลด )] x [360 / ( ระยะเวลาให้เครดิต - ระยะเวลาให้ส่วนลด )]
หากเงื่อนไขการขายเปลี่ยนแปลงไป โดยมีการขยายระยะเวลาการให้เครดิตนานออกไป เช่น เดิมให้เครดิต 2/15,N/30 เปลี่ยนเเป็น 2/15, N/60 จะทำให้อัตราดอกเบี้ยต่ำลง หรือต้นทุนไม่เอาส่วนลดต่ำลง นักศึกษาลองพิสูจน์ข้อเท็จจริงนี้ได้โดยการแทนค่าในสูตร ต้นทุนไม่เอาส่วนลด
ข้อดีของเครดิตการค้า
1. เป็นแหล่งเงินทุนที่มีอยู่ทั่วไปและหาได้ง่าย
2. ไม่ก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายใด ๆ
3. การขอเครดิตการค้าไม่ต้องทำเป็นทางการ
4. เหมาะสำหรับธุรกิจขนาดเล็กที่ไม่มีเครดิตพอที่จะหาเงินจากแหล่งอื่น
5. มีความยืดหยุ่นสูง เช่นอาจจะเลื่อนเวลาการชำระเงินได้